Leh in my memory...

As we are entering the new era, where nations are becoming one community, I, as well as my PTI 27th session’s member friends have the mutual vision that we, and other friends of the Asia-Pacific nations, will become closer than ever.
ยินดีต้อนรับสู่โลกใบเล็กของผม โลกของคนทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ชีวิตในวัยเด็กผมเคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นสถาปนิก แต่เมื่อยามต้องเลือกทางเดินของชีวิต ผมกลับเลือกที่จะสวมเครื่องแบบสีกากี โดยสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเหล่าตำรวจ หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผมเลือกลงบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ชีวิตราชการวนเวียนโยกย้ายอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดมา ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลจากศูนย์อำนาจรัฐ และการทำงานในหลายโอกาสอาจพบพานกับอุปสรรคภยันตรายต่าง ๆ บ้าง แต่ที่นี่คือ “บ้าน” ผมจึงยังทำงานอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับงานที่ทำอยู่เสมอ...

Tuesday, January 18, 2011

เมื่อสายลับของทางการ ตั้งตนเป็นใหญ่ เข่นฆ่าคู่แข่ง ผลักไสผู้บริสุทธิ์ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม (ตอนที่ 1)

ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปรียบเสมือนไฟสุมขอนที่รอวันปะทุมาตลอดหน้าประวัติศาสตร์จากเชื้อไฟหลากหลายซึ่งเป็นสิ่งเร้า ยุคสมัยใดมีเชื้อไฟบริบูรณ์ ยุคนั้นสมัยนั้น ไฟโหมกระหน่ำลุกโชนยากที่จะดับมอด

ขณะที่ปัญหายังดำเนินต่อไป ในขณะที่รากแห่งปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เชื้อไฟหลากรูปแบบกลับยิ่งถูกสุมเข้าไปทำให้ไฟลุกโชนขึ้น ยากที่จะดับมอดด้วยวิธีการสามัญวิธีใดวิธีหนึ่ง

การลุกโชนของปัญหาความไม่สงบ หากจะบอกว่า “ส่วนหนึ่ง” มาจาก  “คนของรัฐ” เองนั่นแหละที่เป็นตัวสร้างปัญหาขึ้นมา คงจะไม่ผิดไปจากความเป็นจริงนัก

ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ้งนับวันจะกลายสภาพเป้นแดนสนธยาแห่งนี้ มีหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ เข้ามาปฏิบัติงานลับด้านความมั่นคงเต็มพื้นที่  ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

เครื่องมือที่สำคัญประการหนึ่งของ จนท.ที่่ทำงานด้านความมั่นคง ก็คือ “สายลับ” หรือ “แหล่งข่าว”  แล้วแต่จะเลือกใช้คำไหน  ซึ่งหากจะว่าไป คุณลักษณะของคนที่มาเป็น “สายลับ” หรือ “แหล่งข่าว” ส่วนใหญ่มักไม่ธรรมดา บางคนอาจจะเคยเป็นสมาชิกขบวนการแบ่งแยกดินแดนมาก่อน  หลายคนอาจเคยเป็นโจร จะกลับใจ หรือไม่ ในปัจจุบันยังเป็นปัญหา..?  แต่ที่่สำคัญ สายลับ หรือแหล่งข่าวจำนวนมาก มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำละเมิดกฎหมาย

จนท.ของรัฐ มักจะใช้บุคลากรเหล่านี้ ในการเสาะแสวงหาข่าวสารมีค่าด้านความมั่นคง โดยให้ค่าตอบแทนแก่แหล่งข่าวเป็นผลประโยชน์ต่าง ๆ ทั้ง ทรัพย์สินเงินทอง สิทธิประโยชน์ลับ ๆ หรือแม้แต่กระทั่งเป็นหลักประกันเรื่องของอำนาจรัฐให้แก่สายลับ หรือแหล่งข่าว มุ่งสู่เป้าหมายโดยไม่สนใจผลกระทบรอบข้าง พยายามอุ้มชูปกป้องคนเหล่านี้ ตราบเท่าที่ จนท.รัฐเหล่านั้นยังได้ประโยชน์อยู่

โอกาสต่อไป ผมจะมาเล่าเรื่องของสายลับ หรือแหล่งข่าว ที่มีส่วนในการโหมกระพือไฟใต้ครับ…

Saturday, January 8, 2011

เรื่องของ…ยาสี่คูณร้อย (ตอนที่ 2)

ทุกวันนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาสี่คูณร้อย กลายเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการก่อความไม่สงบ ที่เยาวชนทั้งหญิงและชายจำนวนไม่น้อยตกเป็นทาสยานรกสี่คูณร้อย

เมื่อวานนี้ (7 ม.ค. 2554) เวลาประมาณ 09.30 น. เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามยาเสพติด ศชต. ที่ผมเป็นรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการได้มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่จับกุมคดียาเสพติดให้โทษคดีเล็ก ๆ ผู้ต้องหา 2 คน ของกลางเป็นใบกระท่อมสด จำนวนไม่มากอีก 1 คดี

SAM_2123

เรื่องของเรื่อง เริ่มต้นเมื่อทางที่ทำการไปรษณีย์ยะลา ตรวจพบกล่องพัสดุภัณฑ์ขนาด 2 x 2 x 2 ฟุต (ตามภาพ) ถูกส่งมาจากกรุงเทพฯ ถึงผู้รับปลายทางใน อ.เมือง จ.ยะลา จึงได้ประสานชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามยาเสพติด ศชต.ดำเนินการสืบสวนจับกุม  ซึ่งต่อมาก็สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นผู้รับปลายทางได้ 2 คน ยึดใบกระท่อมสด น้ำหนักประมาณ 10.5 กก. ไว้ดำเนินคดี


Picture1

ผู้ต้องหาทั้งสองคน เปิดอกให้การรับสารภาพว่า ได้โทรศัพท์สั่งให้น้องชายซึ่งขึ้นไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ ส่งใบกระท่อมสด ในราคา 1,000 บาท มาให้ทางพัสดุภัณฑ์ไปรษณีย์แล้วแต่จะส่งมาให้จำนวนเท่าไหร่ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเรียบร้อย  ผู้ส่ง ส่งใบกระท่อมสดมาให้ผู้รับน้ำหนักประมาณ 10.5 กก. เมื่อนำมาแบ่งจำหน่ายในราคา 25 ใบ 100 บาท  หากจำหน่ายได้หมดจะได้เงินประมาณ 11,000 บาท ซึ่งหมายถึงนอกจากผู้ค้าจะถอนทุนคืน 1,000 บาทแล้ว ยังได้กำไรอีก 10,000 บาท ด้วย

ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของรายได้ ต่อการเสี่ยงลงทุนลักลอบนำใบกระท่อมสดมาจำหน่าย ทำให้ผู้ค้าพร้อมที่จะเสียง โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่มีต่อสังคม มีผลให้ปัจจุบันปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษประเภทนี้ จึงยังคงเป็นปัญหาหนักอกของรัฐบาลต่อไป

Wednesday, December 15, 2010

ตร.คลองลึก รวบเขมรมุสลิม ซุกอุปกรณ์ประกอบบึมลงใต้

ที่มา: Thairath 12 มิ.ย. 50 - 13:54


เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (12 มิ.ย.) ขณะเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตั้งจุดตรวจค้นบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบชาวเขมรมุสลิม 15 คน ถือกระเป๋าสัมภาระเดินทางผ่านด่านตรวจ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น พบว่าในกระเป๋าเสื้อผ้าของนายแมน มัตอารี อายุ 29 ปี ชาวจ.กระแจะ ประเทศกัมพูชา มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซุกซ่อนอยู่ เช่น แผงวงจรไฟฟ้า 2 ชุด ตัวรีเลย์ไฟฟ้า 1 ชุด พร้อมด้วยกล่องไม้แยกส่วน ขนาดกว้าง 8 ซม. สูง 6 ซม. และยาว 18 ซม. จำนวน 5 แผ่น ด้านข้างกล่องไม้มีการเจาะรูต่อวงจรไฟฟ้าไว้ด้วย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวน ซึ่งนายแมน ให้การอ้างว่า เพื่อนชาวเขมรมุสลิมฝากวัตถุดังกล่าวไปให้เพื่อนชาวเขมรมุสลิมด้วยกันที่ชายแดนประเทศมาเลเซีย โดยไม่ทราบว่าเป็นอุปกรณ์อะไร บอกเพียงว่าเอาไปใช้ระเบิดจับปลา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานขอเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจาก กก.ตชด.ที่ 12 มาตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นแผงวงจรไฟฟ้าและแผงวงจรเอสซีอาร์ (SCR) ซึ่งเป็นวงจรรีเลย์สัญญาณสามารถต่อพ่วงกับโทรศัพท์มือถือได้ โดยหากมีการต่อพ่วงครบวงจรจะสามารถทำเป็นระเบิดแสวงเครื่องได้ ส่วนกล่องไม้เมื่อประกอบแล้วสามารถบรรจุระเบิดได้ประมาณ 1 ปอนด์ รัศมีการทำลายประมาณ 100 เมตร

ร.ต.อ.วิชาญ จิตตยานันท์ รอง สว.สส. สภ.ต.คลองลึก กล่าวว่า ในชั้นต้นนี้ ยังไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ เนื่องจากเป็นแค่อุปกรณ์เท่านั้น ไม่ได้มีการต่อวงจรทำเป็นวัตถุระเบิดที่สมบูรณ์ เพียงแต่สงสัยในพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ จึงทำการตรวจยึดอุปกรณ์ดังกล่าวไว้ พร้อมทั้งสอบประวัติและถ่ายภาพเก็บไว้ก่อนปล่อยตัวไป เนื่องจากชาวเขมรมุสลิมทุกคนมีพาสปอร์ต และประทับวีซ่าเข้าประเทศมาอย่างถูกต้อง

ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 10.00 น. ตำรวจ สภ.อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงนายอับดุลเราะมาน สะมะ อายุ 60 ปี อุสตาซโรงเรียนสอนศาสนาบ้านบาลอ และที่ปรึกษาคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา เสียชีวิต ขณะขับรถกระบะมาตามถนนสายรามัน-บาลอ หมู่ 1 บ้านลีนา ตำบลกายูบอเกาะ เพื่อไปสอนหนังสือ สภาพศพถูกกระสุนปืนเอ็ม 16 เข้าที่ใบหน้า ศีรษะ และลำตัวจำนวนหลายนัด เจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนปืนตกอยู่ในที่เกิดเหตุจำนวน 21 ปลอก ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายต่อไป ซึ่งเชื่อว่าเป็นพวกกลุ่มก่อความไม่สงบที่ต้องการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

RevolverMap