Leh in my memory...

As we are entering the new era, where nations are becoming one community, I, as well as my PTI 27th session’s member friends have the mutual vision that we, and other friends of the Asia-Pacific nations, will become closer than ever.
ยินดีต้อนรับสู่โลกใบเล็กของผม โลกของคนทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ชีวิตในวัยเด็กผมเคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นสถาปนิก แต่เมื่อยามต้องเลือกทางเดินของชีวิต ผมกลับเลือกที่จะสวมเครื่องแบบสีกากี โดยสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเหล่าตำรวจ หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผมเลือกลงบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ชีวิตราชการวนเวียนโยกย้ายอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดมา ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลจากศูนย์อำนาจรัฐ และการทำงานในหลายโอกาสอาจพบพานกับอุปสรรคภยันตรายต่าง ๆ บ้าง แต่ที่นี่คือ “บ้าน” ผมจึงยังทำงานอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับงานที่ทำอยู่เสมอ...

Monday, August 17, 2020

เรื่องของ “ทิดด้วง” กับ “บังสัน” สองเกลอแก้วแห่งเมืองพัทลุง

 Love does not claim possession, but gives freedom.

- Rabindranath Tagore

เรื่องของ “ทิดด้วง” กับ “บังสัน” สองเกลอแก้ว

เมื่อราว ๆ ปีพุทธศักราช 2425 หรือประมาณ 140+ ปีล่วงมาแล้ว จังหวัดพัทลุง ยุคนั้นการคมนาคมยังไม่เจริญก้าวหน้า การสาธารณสุขยังไม่พัฒนามากนัก “ทิดด้วง” หรือ นายด้วง ณ ไพรี แห่งบ้านแพรกหา (ปัจจุบันอยู่ในเขตปกครองของ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง) กับ “บังสัน” หรือ นายสัน โส๊ะสมาคม หนุ่มมุสลิมแห่งบ้านหัวปาบ (ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครองของ ต.ห้วยลึก อ.ควนเนียง จ.สงขลา)  ทั้งสองหนุ่มต่างความเชื่อความศรัทธา เป็นเพื่อนเกลอกัน ประกอบอาชีพค้าขายวัวควายด้วยกัน 

ทิดด้วงแต่งงานแล้ว มีภรรยายังสาว สวย ผิวขาว มีเชื้อสายจีน ชื่อ “ดวง” เตี่ยของนางดวง เป็นชาวจีนอพยพมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่  ทิดด้วง กับนางดวง มีลูกด้วยกันยังเล็ก 2 คน ชื่อ “ด.ญ.เอียด ณไพรี” กับ “ด.ช.เลื่อน ณ ไพรี” ในขณะที่บังสันหนุ่มมุสลิม ยังโสด สองหนุ่มห้าวต้องเดินทางไกล รอนแรมไปเพื่อซื้อวัวควายในที่สถานที่ต่างถิ่นบ่อยครั้ง และเมื่อหาซื้อได้แล้วก็ไล่ต้อนฝูงวัวควายเหล่านั้นข้ามจังหวัดไปยังที่หมาย สองหนุ่มผ่านความทุกข์ยากลำบากมาด้วยกันจนกลายเป็นเพื่อนรักร่วมทุกข์ร่วมสุขปานประหนึ่งเพื่อนร่วมสาบาน 


จวบจนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อทิดด้วงไม่สบายหนัก ทั้งตระหนักว่าโอกาสรอดชีวิตคงจะไม่มีแน่แล้ว จึงฝากข้อความญาติไปบอกให้บังสันเพื่อนรักเข้าไปพบครั้งสุดท้ายเพื่อสั่งเสียอะไรบางอย่าง  ต่อมาเมื่อได้อยู่ต่อหน้าเพื่อนรัก ทิดด้วงได้สั่งเสียบังสันก่อนที่ลมหายใจแห่งวาระสุดท้ายของชีวิตของตนจะมาถึงว่า “หากกูเป็นอะไรไป กูขอฝากลูกเมียไว้กับมึงด้วย” ถ้อยคำฝากฝังนี้เป็นที่รับรู้ทั่วไปในหมู่ญาติพี่น้องของทิดด้วงในครั้งนั้น 


“บังสัน” รับปาก “ทิดด้วง” เพื่อนรักอย่างมั่นเหมาะด้วยความเศร้า จากนั้นไม่นานเมื่อทิดด้วงจากไป ทิ้งให้ ด.ฯ.เอียด กับ ด.ข.เลื่อน ณไพรี ลูกกำพร้าไว้กับแม่ดวงม่ายสาวสู้ชีวิตกันสามแม่ลูกเพียงลำพัง


บังสัน รักษาคำพูด เมื่อตกปากรับคำกับเพื่อนรักก่อนตายไว้แล้วก็ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ทุกประการ  ได้หมั่นมาเยี่ยมเยียนสาวดวงม่ายสาว บ่อยครั้ง ต่อมาไม่นานก็เดินทางไปรับสาวดวง ม่ายสาวเพื่อไปเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม และจะพาไปอยู่ที่บ้านลำธาร์ ต.โคกสัก (ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครอง ของ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง) แต่ได้รับการต่อต้านจากบรรดาลูกหลานและญาติพี่น้องของสาวดวงไม่ยอมให้ไปเป็นแขก  มีการยกกำลังล้อมกรอบ มีการยิงปืนข่มขู่ขึ้นฟ้า แต่บังสันก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความรัก  ในที่สุดบรรดาญาติพี่น้องจึงอนุญาตให้สาวดวงไปเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม  และเดินทางไปอยู่กินกับบังสันที่บ้านลำธาร์ ในที่สุด


บังสันได้นิกะห์กับสาวดวง ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ได้อยู่กินกันกับสาวดวงจนมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ตั้งชื่อ “ด.ญ.นะห์ โส๊ะสมาคม”


“ด.ญ.นะห์ โส๊ะสมาคม” จึงมีศักดิ์เป็นน้องสาวร่วมมารดา ต่างบิดาของ “ด.ญ.พุ่ม หรือเอียด และ ด.ช.เลื่อน ณไพรี”


น.ส.เอียด ณ ไพรี พี่สาว ได้แต่งงานกับนายเกลี้ยง คงศรีทอง มีลูก 6 คน ดังนี้


1. นายคล้าย คงศรีทอง (ต่อมาสมรสกับนางแจ่มฯ)

2. น.ส.จับ คงศรีทอง (ต่อมาสมรสกับนายกล่อม บุญญานุวัตร)

3. นายเนื่อง คงศรีทอง (ต่อมาสมรสกับนางเอื้อมฯ)

4. น.ส.เขียว คงศรีทอง (ต่อมาสมรสกับนายหมุน สุวรรณบันเทิง)

5. น.ส.ชิบ คงศรีทอง (ต่อมาสมรสกับ ส.ต.ท.ช่วง ปานนิล)

6. น.ส.ลับ หรือหลับ คงศรีทอง (ต่อมาสมรสกับนายผอม สงนุ้ย)


นายเลื่อน ณ ไพรี  เมื่อเป็นหนุ่มได้แต่งงานกับ น.ส.นุ่ม นมรักษ์ จนมีบุตรด้วยกัน 10 คน (ตายเสียแต่ยังเด็ก 1 คน) ดังนี้


1. น.ส.เผียน ณ ไพรี (ต่อมาสมรสกับนายคล้อย ชนะศิริ)

2. น.ส.พา ณ ไพรี (ต่อมาสมรสกับนายนุ่ม แดงศรี)

3. น.ส.เพียน ณ ไพรี (ต่อมาสมรสกับผญบ.เนื่อง ขุนทอง)

4. นายเคลื่อน ณ ไพรี ต่อมาสมรสกับนางเลี่ยนฯ 

5. น.ส.ลอย ณ ไพรี (ต่อมาสมรสกับนายเช้า นุ่นปาน)

6. นายคล้อย ณ ไพรี (ต่อมาสมรสครั้งแรกกับนางลบ ชุมทองมา และสมรสอีกครั้งกับนางเสาวณีฯ 

7. นายคลิ้ง ณ ไพรี ต่อมาสมรสกับนางละมัยฯ

8. ด.ช.พร้อม ณ ไพรี (เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก)

9. น.ส.พริ้ม ณ ไพรี (ต่อมาสมรสครั้งแรกกับนายดำ วรรณขาว และสมรสอีครั้งกับนายแฉล้ม ทองขาวเผือก

10. น.ส.เล็ก ณ ไพรี (ต่อมาสมรสกับนายเพือน ไชยโยธา)


ต่อมาในภายหลังนายเลื่อน ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน แห่งบ้านแพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง 


ส่วน น.ส.นะห์ โส๊ะสมาคม น้องคนเล็ก แต่งงานครั้งแรกกับนายอับดุรรอฮีม หรือ “หีม” ราชกิจ (บุตรชายของนางหม๊ะ ยีหวังกอง บุตรสาวคนโตของหะยีอุมา บุตรโต๊ะชายนาย (ต้นตระกูล “ยีหวังกอง” 


(หมายเหตุ นางหม๊ะฯ เป็นพี่สาวคนโตของหะยีสัน ยีหวังกอง ปู่ทวดของผม)


นางหน๊ะฯ กับนายหีมฯ มีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ “อารีฟีน” หรือ “ฝีน” ซึ่งเมื่อตอนยังเด็กใช้นามสกุล “ราชกิจ” ของพ่อ ต่อมาในภายหลังเมื่อนายอับดุรรอฮีม หรือ หีมฯ ไปได้ภรรยาใหม่ชื่อ “Hatiah” ที่บ้าน Tanjung Dawai, Kedah, Malaysia (มีบุตรด้วยกัน 7 คน ซึ่งบรรดาลูกหลานยังคงติดต่อกันอยู่ในปัจจุบัน) 


ต่อมา เมื่อพ่อแยกทางเด็ดขาดกับแม่ นางหน๊ะ ผู้เป็นแม่จึงให้ ด.ช.ฝีนฯ เปลี่ยนไปใช้นามสกุล “โส๊ะสมาคม” ของตา  (ภายหลัง ลูกหลานบางส่วนเปลี่ยนนามสกุลเป็น “สุขสมาคม” (ลูกหลานแกฝีนในปัจจุบันใช้นามสกุล “สุขสมาคม” แต่ยังมีบางคนใช้ “โส๊ะสมาคม” ตอนเด็กๆ วัยรุ่น แก่ฝีนยังเคยได้ไปเรียนหนังสือและใช้ชีวิตอยู่กับพ่อที่บ้าน Tanjung Dawai, Kedah, Malaysia) 


นายฝีน โส๊ะสมาคม สมรส 3 ครั้ง ดังนี้ 1.น.ส.หม๊ะ หมานระเด็น 2.น.ส.เส๊าะ หมัดอาดัม 3.น.ส.เหราะ เดล (เพอเณร)


นางหน๊ะ โส๊ะสมาคม แต่งงานครั้งที่สอง กับนายบ่าวอุง ไม่ทราบนามสกุล แห่งบ้านหัวปาบ  มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ 


1.สัน โส๊ะสมาคม (ตั้งชื่อเหมือนพ่อ-ไม่มีครอบครัว ตายเสียตั้งแต่ตอนยังเด็ก-วัยรุ่น)

2.หะเย๊าะ เปลี่ยนชื่อเป็น “สมจิตร” โส๊ะสมาคม  สมรสมีบุตรกับนายจิ คงหนู และสมรสอีก 2 ครั้งแต่ไม่มีบุตรกับ ส.ต.อ.เสมสุข เครืออุบล และนายเอื้อน (เจ๊ะเลาะ) สินธุสุวรรณ 


3.ม๊ะ โส๊ะสมาคม (ต่อมาสมรสกับนายโหด บิลหมาด) 


แต่ อนิจจา เมื่อประมาณปี พ.ศ.2475 ได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดใจและไม่คาดฝันขึ้นเมื่อ “นายบ่าวอุงฯ” ถูกฆาตกรรม โดยนายหลุดไม่ทราบนามสกุล ฟันด้วยมีดดาบยาวจนถึงแก่ความตาย  (ไม่ทราบสาเหตุเรื่องที่พิพาท) เหตุเกิดขณะที่ ด.ญ.ม๊ะ บุตรสาวคนสุดท้องของนายบ่าวอุงฯ กับนางหน๊ะฯ มีอายุได้เพียงประมาณ 4-5 ปีเศษ


ความทรงจำของ ด.ญ.ม๊ะ โส๊ะสมาคม ที่มีต่อนายบ่าวอุงฯ บิดาผู้บังเกิดเกล้าจึงรางเลือน


หลังจากผิดหวังและพลัดพรากจากคนรักทั้งสองคน นางหน๊ะฯ ก้มหน้าก้มตาเลี้ยงลูกทั้ง 4 คนเพียงลำพัง ต่อมาอีกไม่นาน ท่านจากไปหลังจากสามีเสียชีวิตอีกไม่กี่ปี ตกเป็นภาระนางดวง ณ ไพรี โส๊ะสมาคม ผู้เป็นยาย เลี้ยงดูหลานทั้ง 4 คนจนเจริญเติบโต ท่านมีอายุยืนจนถึงเกือบ 100 ปี และถึงแก่กรรมไปเมื่อประมาณปี พ.ศ.2502 


ปัจจุบัน นางม๊ะ บินหมาด (นามสกุลเดิม “โส๊ะสมาคม”) อายุ 93 ปี ส่วนบรรดาพี่น้องคนอื่นๆ เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว


ผลจากการที่แก่ดวง (ณ ไพรี) โส๊ะสมาคม มีอายุยืนยาวจึงทำให้บรรดาลูกหลานทั้งสองฟากฝั่งศาสนายังคงเดินทางไปมาหาสู่กัน ร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่ขาดสายตลอดมา


****************************************************************

#หมายเหตุ:


1. #นางดวง_ณไพรี เป็นน้องสาวของทวดชม มารดาของขุนอุปถัมภ์นรากร (โนราพุ่มเทวา) หรือนายพุ่ม ช่วยพูลเงิน ศิลปินแห่งชาติ  ผญบ.เลื่อน นางเอียด ณ ไพรี และ น.ส.หน๊ะ โส๊ะสมาคม มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับโนราพุ่มเทวา บรรดาลูกๆ ทั้งหมดของนางดวงฯ เรียก “โนราพุ่มเทวา” ว่า “ลุงพุ่ม”


2. #นางม๊ะ_โส๊ะสมาคม บุตรสาวคนสุดท้องของนางหน๊ะ โส๊ะสมาคม แต่งงานกับนายโหด บิลหมาด (นางม๊ะ กับนายโหด คือคุณตาคุณยายของผมเอง เป็นตาทวดยายทวดของน้องนวี)


3. ภาพถ่ายแรก เป็นเหลนของนางดวง ณไพรี (แม่ผมเอง) ภาพที่ 2 คนที่อุ้มเด็กคือนางหม๊ะ บินหมาด (โส๊ะสมาคม) คนขวาสุดเป็นคนเดียวกับรูปแรก ที่เหลือเป็นน้องชายน้องสาวของแม่ ส่วนเด็กที่นางหม๊ะฯ อุ้มในรูปคือผมเอง


#ดวงณไพรี


********************************************************************

#หมายเหตุ:

1. #นางดวง_ณไพรี เป็นน้องสาวของทวดชม มารดาของขุนอุปถัมภ์นรากร (โนราพุ่มเทวา) หรือนายพุ่ม ช่วยพูลเงิน ศิลปินแห่งชาติ  ผญบ.เลื่อน นางเอียด ณ ไพรี และ น.ส.หน๊ะ โส๊ะสมาคม มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับโนราพุ่มเทวา บรรดาลูกๆ ทั้งหมดของนางดวงฯ เรียก “โนราพุ่มเทวา” ว่า “ลุงพุ่ม”


2. #นางม๊ะ_โส๊ะสมาคม บุตรสาวคนสุดท้องของนางหน๊ะ โส๊ะสมาคม แต่งงานกับนายโหด บิลหมาด (นางม๊ะ กับนายโหด คือคุณตาคุณยายของผมเอง เป็นตาทวดยายทวดของน้องนวี)


3. ภาพถ่ายแรก เป็นเหลนของนางดวง ณไพรี (แม่ผมเอง) ภาพที่ 2 คนที่อุ้มเด็กคือนางหม๊ะ บินหมาด (โส๊ะสมาคม) คนขวาสุดเป็นคนเดียวกับรูปแรก ที่เหลือเป็นน้องชายน้องสาวของแม่ ส่วนเด็กที่นางหม๊ะฯ อุ้มในรูปคือผมเอง


RevolverMap