Leh in my memory...

As we are entering the new era, where nations are becoming one community, I, as well as my PTI 27th session’s member friends have the mutual vision that we, and other friends of the Asia-Pacific nations, will become closer than ever.
ยินดีต้อนรับสู่โลกใบเล็กของผม โลกของคนทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ชีวิตในวัยเด็กผมเคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นสถาปนิก แต่เมื่อยามต้องเลือกทางเดินของชีวิต ผมกลับเลือกที่จะสวมเครื่องแบบสีกากี โดยสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเหล่าตำรวจ หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผมเลือกลงบรรจุรับราชการในตำแหน่งพนักงานสอบสวนที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ชีวิตราชการวนเวียนโยกย้ายอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดมา ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลจากศูนย์อำนาจรัฐ และการทำงานในหลายโอกาสอาจพบพานกับอุปสรรคภยันตรายต่าง ๆ บ้าง แต่ที่นี่คือ “บ้าน” ผมจึงยังทำงานอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับงานที่ทำอยู่เสมอ...

Wednesday, April 24, 2013

ตะโกนเรียก-ยิงดับ หนุ่มชรบ.ยะลา ขณะอยู่บ้านเมีย

photo

ทีมา : ไทยรัฐ

คนร้ายจ่อยิงศีรษะและลำตัวเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านรามัน ขณะทำทีเรียกมาคุยธุระหน้าบ้าน ตำรวจคาดเป็นเรื่องส่วนตัวและการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้...

เมื่อเวลา 22.45 น. วันที่ 23 เม.ย.56 ร.ต.ท.ปราโมทย์ ได้รูป พงส.(สบ.1) สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสที่บ้านพะบูเงาะ หมู่ 4 ต.เกะรอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภชัช ยีหวังกอง สวญ.พ.ต.ต.ประเทือง สุวรรณชาตรี สวป.นายอวยชัย จุฬาศิริวงศ์ ปลัดป้องกันอำเภอรามัน สนธิกำลังทหารและฝ่ายปกครองรุดไปสอบสวน พบเลือดกองอยู่ที่พื้นหน้าบ้านเลขที่ 66/4 หมู่ 4 ต.เกะรอ ไม่พบหลักฐานอย่างอื่น ส่วนผู้ถูกยิงทราบชื่อนายดอเลาะ อูมา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/6 หมู่ 4 ต.บาลอ ถูกยิงที่ศีรษะและลำตัวรวม 2 นัด ญาตินำส่งโรงพยาบาลรามันและเสียชีวิตระหว่างทาง

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายดอเลาะ อูมา ผู้ตายเป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ก่อนเกิดเหตุนายดอเลาะมาหาภรรยาและพักอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แต่คาดว่ารู้จักกันมาตะโกนเรียกนายดอเลาะ ทำทีมีธุระจะคุยด้วย เมื่อนายดอเลาะออกไปชั่วครู่หนึ่งภรรยากับญาติๆ ได้ยินเสียงปืน ออกไปดูพบว่านายดอเลาะถูกยิงนอนแน่นิ่งแล้ว จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิต ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

Saturday, March 30, 2013

ป่วนอีก!ยิงฐานทหารพรานยะลา

ป่วนอีก!ยิงฐานทหารพรานยะลา

ป่วนอีก!ยิงฐานทหารพรานยะลา ปะทะกัน 5 นาที ก่อนฝ่ายตรงข้ามล่าถอย ด้าน'เลขาสมช.'คุย BRN รับปากลดเหตุรุนแรงใต้ 29 เม.ย.นี้พูดคุยอีกครั้ง

9bjf5h8b6aa8ae69bk7i5ที่มา : คมชัดลึก

               เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 29 มี.ค.  พ.ต.ท.ศุภชัช  ยีหวังกอง สารวัตรใหญ่ หัวหน้า สภ.จ๊ะกว๊ะ  จ.ยะลา   พร้อมด้วยตำรวจ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา  เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา  ได้เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายยิงใส่ฐานทหารพราน ร้อย ทพ. 4133 กรมทหารพรานที่ 41 ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านตาเน๊าะปูโย๊ะ ต.เก๊ะรอ อ.รามัน จ.ยะลา  เหตุเกิด  21.10 น  วันที่  28  มี.ค.ที่ผ่านมา

                จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ ร.ท.สมชาย เชิดฉาย ผบ.ร้อย ทพ.4113  ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลประจำฐานปฎิบัติการ บริเวณด้านหน้า และบริเวณรอบฐาน   จากนั้นได้มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่มจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดกราดยิงเข้าใส่ฐานปฎิบัติการ  จากบริเวณด้านหน้า ซึ่งห่างออกไปประมาณ 150 เมตร  เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ภายในฐานได้ยิงตอบโต้คนร้าย นาน 5 นาที   ก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะล่าถอยไป

                อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานในสังกัดแจ้งว่า แกนนำระดับสั่งการของขบวนการเปอร์มูดอ จากประเทศมาเลเซียได้สั่งการให้สมาชิกระดับปฏิบัติการแต่ละเขตให้ทำการก่อเหตุซุ่มยิงและวางระเบิดในพื้นที่เขตเทศบาลและเขตรอบนอกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 4 เมษายน 2556 เพื่อตอบโต้และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเจรจาระหว่างฝ่ายไทยกับกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ขอให้ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่

Sunday, February 24, 2013

เปิดใจแม่อดีต อาร์เคเค ที่เสียชีวิต

0

ที่มา : dailynews - เปิดใจแม่อดีต อาร์เคเค ที่เสียชีวิต

วันนี้ 24ก.พ. ที่บ้านเลขที่ 146/6 หมู่ที่ 2 บ้านตะโล๊ะหะลอ ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน จ.ยะลา นางสือเมาะ  มะเกะ  วัย 52 ปี  มารดาของนายสะบือรี  โคตะเซะ อายุ 23 ปี หนึ่งในกลุ่มอาร์เคเค ที่เสียชีวิตจากการบุกฐานที่ตั้ง   ฐานปฏิบัติการหมวดปืนเล็กที่ 2 บ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 กพ. ที่ผ่านมา  เปิดใจกับผู้สื่อข่าว ด้วยน้ำตาที่นองหน้า ว่า ตนเองมีลูก 4 คน เป็นลูกกับพ่อเก่า 2 คน และกับพ่อปัจจุบันอีก 2 คน ซึ่งนายสะบือรี  ที่เสียชีวิตเป็นลูกกับนายบาสรี พ่อคนปัจจุบันซึ่งเป็นชาวอินโดนีเซีย ลูกมีความตั้งเรียนหนังสือดีมาก มีความประพฤติเรียบร้อย บุหรี่ไม่สูบ ยาเสพติดไม่ยุ่งเกี่ยวเลย  ทุกครั้งที่กลับบ้านเมื่อพบแม่ จะเข้ามากอดจูบทุกครั้ง  ล่าสุด มาบอกแม่ว่า ลูกจะจบการศึกษาแล้ว จบแล้วเมื่อมีงานทำก็จะเลี้ยงดูพ่อแม่และน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ด้วย  เพราะเห็นว่าพ่อกับแม่ ทำงานเลี้ยงดูตัวเองหนักมาโดยตลอด  ไม่นึกเลยว่าลูกจะเป็นแนวร่วมกลุ่ม อาร์เคเค  เมื่อมีคนมาบอกว่า ลูกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บุกโจมตีฐานที่ตั้งทหารเรือนาวิกโยธิน ที่ อ.บาเจาะ ตนเองตกใจมาก แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกที่ตนเองส่งเสียเรียนหนังสือจนเกือบจะจบในระดับปริญญาตรี และไม่เคยเห็นลางบอกเหตุว่าลูกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ  ก่อนจะเสียชีวิต ได้บอกกับแม่ว่า ลูกจะไปเข้าค่าย 2 วัน ตนได้มอบเงินค่าเดินทางไป จำนวน 2,000  บาท อีกด้วย

นางสือเมาะ  กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนรู้สึกเครียดมาก  เพราะไหนลูกต้องเสียชีวิต สามีก็มาถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไปในความผิดฐานหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีกด้วย  ตนนั้น ได้แต่งงานกับนายบาสรี  เมื่อ 20 ปี ก่อน ขณะที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย และได้รู้จักกับนายบาสรี แต่งงานกันในที่สุด ครั้งแรกๆ  นายบาสรี มีหนังสือเดินทางถูกต้อง  เมื่อมาอยู่ที่ประเทศไทยนานๆ หนังสือเดินทางหมดอายุ แล้วไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปอย่างไร จึงปล่อยหมดอายุไป และทำมาหากินด้วยการรับจ้างกรีดยางโดยตลอดสองสามีภรรยา เพื่อส่งนายสะบือรี เข้าศึกษาจนถึงปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในวิชาคอมพิวเตอร์ ก่อนเสียชีวิต

ด้าน พ.ต.ท.ศุภชัช  ยีหวังกอง สารวัตรใหญ่ สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา  เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์บุกโจมตีฐานทหารนาวิกโยธิน ที่ อ.บาเจาะ และมีผู้เสียชีวิต 1 ใน 16 คน เป็นชาว ต.ตะโล๊ะหะลอ อ.รามัน ทางผู้บังคับบัญชา ได้สั่งการให้ไปตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ  เมื่อไปปิดล้อมบ้าน มีผู้ต้องสงสัย ได้กระโดดออกจากบ้านเพื่อหลบหนี  จนท.สามารถจับกุมตัวได้ ทราบชื่อที่หลังว่าเป็นนายบาสรี  ไม่มีนามสกุล  เพราะเป็นชาวอินโดนีเซีย และเป็นพ่อของนายสะบือรี ด้วย จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวน พบว่าไม่มีหลักการเข้ามาในประเทศไทย จึงนำส่งให้กับ ตำรวจตรวจคนข้าเมือง ที่ปัตตานี  เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกันต่อไป  ในระหว่างควบคุมตัว ตนได้อนุญาตให้ ตำรวจพาไปร่วมในพิธีอาบน้ำศพที่บ้านก่อนที่จะนำไปประกอบพิธีฝังศพ ที่สุสานด้วย.

RevolverMap